หลายคนเข้าใจว่าพืชสังเคราะห์แสงตอนกลางวันแล้ว “พัก” ตอนกลางคืน ความเข้าใจนี้ทำให้บางคนละเลยการระบายอากาศในโรงเรือนปิดตอนกลางคืน หรือมองข้ามผลของดินที่อัดแน่น/มีน้ำขังต่อรากในช่วงที่ไม่มีแดด ทั้งที่จริงแล้วพืชมีอีกกระบวนการหนึ่งที่ทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกเซลล์ที่มีชีวิต ไม่ว่าจะมีแสงหรือไม่ก็ตาม

กลไกการหายใจ
การหายใจระดับเซลล์เกิดขึ้นในไมโทคอนเดรียของทุกเซลล์ ทั้งใบ ลำต้น ราก และผล เป็นกระบวนการที่พืชเผาผลาญน้ำตาลด้วยออกซิเจนเพื่อผลิตพลังงาน ผ่านสามขั้นตอนต่อเนื่อง: ไกลโคไลซิสในไซโตซอลแยกกลูโคสเป็นไพรูเวต วัฏจักรเครบส์ในไมโทคอนเดรียผลิตตัวพาอิเล็กตรอน และห่วงโซ่ถ่ายทอดอิเล็กตรอนที่ผลิต ATP ส่วนใหญ่โดยใช้ออกซิเจนเป็นตัวรับอิเล็กตรอนสุดท้าย
การหายใจเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ขึ้นกับแสง แต่ในเวลากลางวัน การสังเคราะห์แสงดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้เร็วกว่าที่การหายใจปล่อยออกมามาก ทำให้ค่าสุทธิของการแลกเปลี่ยนแก๊สดูเหมือนพืชรับคาร์บอนไดออกไซด์เข้าอย่างเดียว บดบังการหายใจที่ยังเกิดอยู่ข้างใต้ พอถึงกลางคืนที่การสังเคราะห์แสงหยุด การหายใจจึงกลายเป็นสัญญาณเดียวที่วัดได้ ทำให้เข้าใจผิดว่าการหายใจ “เพิ่งเริ่ม” ทั้งที่ทำงานตลอดเวลา
รากพืชก็เป็นเซลล์ที่มีชีวิตและต้องการออกซิเจนต่อเนื่องเพื่อผลิตพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนการดูดน้ำและธาตุอาหาร หากรากขาดออกซิเจนต่อเนื่อง เช่น ในดินที่อัดแน่นมากหรือมีน้ำขัง ความสามารถในการดูดน้ำ/ธาตุอาหารจะลดลง และหากนานพอจะเกิดความเสียหายที่รากจริง
น้ำหมักชีวภาพปลาทะเล Piranha (ปิรันย่า)เสริมราก เร่งโต ฟื้นฟูต้น- กระตุ้นการแตกยอด ราก
สัญญาณที่สังเกตได้
ในทางปฏิบัติมีข้อจำกัดที่ควรรู้ตรงไปตรงมา: การหายใจของทั้งต้นไม่มีอาการทางใบที่มองเห็นเฉพาะเจาะจง ส่วนปัญหาการหายใจของรากจากดินขาดออกซิเจน อาการเหี่ยวที่เกิดขึ้นมีหน้าตาเหมือนกับความเครียดจากความร้อนหรือการขาดน้ำแทบทุกประการ ไม่มีสัญญาณจากใบเพียงอย่างเดียวที่แยกแยะได้อย่างน่าเชื่อถือ — สิ่งที่บอกได้แม่นยำกว่าคือการตรวจสภาพดินโดยตรง (แน่น เย็น มีน้ำขัง หรือไม่) มากกว่าการดูอาการที่ต้น
อาการที่เห็นในแปลงอาจเกิดจากหลายสาเหตุ — ปัญหาการหายใจของพืชและราก เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ควรพิจารณา ดูวิธีตรวจสอบสาเหตุที่เป็นไปได้ →


